บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ประสบการณ์เที่ยวโดยเรือด่วนเจ้าพระยาแบบ"อ้าว อ้าว" ตอนที่ 2

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 - 17:35 น.
AA 7

หลังจากที่เข้าสองวัดแรกแล้วโบสถ์ปิดเราก็เดินทางกันต่อเพื่อไปยัง "วัดค้างคาว" ของจริงที่พี่เราตั้งแผนที่เดินทางในกูเกิ้ลแมป ระหว่างทางแม้ว่าจะร้อนแสนร้อน เหนื่อยแสนเหนื่อยแต่เราก็ตื่นเต้นกับวิวรายทาง

ถ้าบ้านเรามีศาลาริมน้ำแบบนี้จะเอาต้นไม้มาปลูกแล้วก็นั่งๆนอนๆอ่านหนังสืออย่างมีความสุข
ถ้าบ้านเรามีศาลาริมน้ำแบบนี้จะเอาต้นไม้มาปลูกแล้วก็นั่งๆนอนๆอ่านหนังสืออย่างมีความสุข
เรามองเข้าไปด้านในมีคนเยอะพอสมควร อยากเดินเข้าไปดูเหมือนกัน แต่พี่เราเดินห่างไปไกลมาก
เรามองเข้าไปด้านในมีคนเยอะพอสมควร อยากเดินเข้าไปดูเหมือนกัน แต่พี่เราเดินห่างไปไกลมาก
ระหว่างทางมีต้นทองอุไรเยอะมาก
ระหว่างทางมีต้นทองอุไรเยอะมาก


บ้านไม้หลังนี้น่ารักสะดุดตาเรา
บ้านไม้หลังนี้น่ารักสะดุดตาเรา

หลังจากที่เดินมาไกลพอสมควรเราก็ได้เห็นป้าย"วัดเขียน"ที่หน้าซอยตรงหัวมุม! เราดีใจมากเจอแล้ว ทันใดนั้นพี่เราก็บอกว่า "ก็ตั้งไปวัดค้างคาวนี่ ทำไมพามาวัดเขียน" ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นคือลืมไปเลยเจอสักวัดเข้าก็ดีใจแล้วก็เลยตัดสินใจว่า "ในเมื่อพรหมลิขิตบันดาลหนที่ 3 ให้เรามาวัดที่ไม่ได้ตั้งใจแต่แรกก็ไปเหอะ อย่างน้อยวัดนี้ก็ตั้งใจว่าจะมาแค่สลับว่ามาก่อน" แล้วเราก็เลี้ยวเข้าซอยด้วยใจเบิกบานหลังจากที่ตัวไหม้ไปหมดแล้วจากแดดอันแผดเผา

พอเดินไปถึงกลางซอยมองไปข้างหน้าเห็นแม่น้ำแต่ไม่เห็นวัดก็แทบเป็นลม ไหนล่ะเนี่ย? ทันใดนั้นก็เห็นป้าย"วัดเขียน"ที่หน้าซอยอีกซอยที่ต้องเลี้ยวเข้าไป เดินต่อไปได้ก็เห็นวัด...ใกล้เข้ามาแล้ว แล้วเราก็เดินต่อไป

บ้านหลังนี้นอกจากจะสวยแล้วต้นไม้ก็สวยมากๆ
บ้านหลังนี้นอกจากจะสวยแล้วต้นไม้ก็สวยมากๆ
ต้นอะไรเนี่ยสวยสุดๆเข้ากับกำแพงบ้านมาก
ต้นอะไรเนี่ยสวยสุดๆเข้ากับกำแพงบ้านมาก

เดินๆไปได้สักพักก็ต้องเลี้ยวไปเลี้ยวมา เลี้ยวยังไงก็ไม่เห็นวัดสักทีทั้งที่เมื่อกี้ตอนเลี้ยวตามป้ายที่สองเราเห็นภาพวัดเหมือนเดินไปไม่เกิน 3 นาที ชัดมากอยู่ข้างหน้านี่เอง แล้วเราก็เริ่มคิดว่า...เราเหนื่อยจนเห็นภาพลวงตาหรือเปล่าวะ? เมื่อกี้มันเหมือนอยู่แค่ตรงหน้า ตอนนี้ชะเง้อยังไงก็ไม่เห็นแม้แต่หลังคาวัด หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านดลใจให้เห็นจะได้ไม่หมดแรงใจเดินไปให้ถึงวัด เพราะเส้นทางโดยรวมจากวัดตึกถึงวัดเขียนนี่ กิโลกว่า!!! ท่ามกลางแดดตอนเที่ยง

เดินๆและเดินกันต่อไปอย่างเหนื่อยอ่อนก็พบกับภาพวัดริมแม่น้ำตรงหน้า เราก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปทันที

พอเข้ามาเราก็เจอกับศาลาหลวงพ่อดำก่อนเลย
พอเข้ามาเราก็เจอกับศาลาหลวงพ่อดำก่อนเลย
กราบไหว้พระสักนิด อาคารด้านหลังเข้าไปได้แต่เราไม่ได้เข้า แถวนั้นมีคนงานทำงานกันอยู่ค่ะ
กราบไหว้พระสักนิด อาคารด้านหลังเข้าไปได้แต่เราไม่ได้เข้า แถวนั้นมีคนงานทำงานกันอยู่ค่ะ
พญานาคที่เขายกขึ้นมาไว้บนฝั่งแล้ว
พญานาคที่เขายกขึ้นมาไว้บนฝั่งแล้ว
แล้วเราก็ได้มาไหว้พระอุปคุตในที่สุดที่วัดแห่งนี้ แม้ว่าเราจะไม่รู้ ณ ตอนนั้นว่าท่านคือใคร
แล้วเราก็ได้มาไหว้พระอุปคุตในที่สุดที่วัดแห่งนี้ แม้ว่าเราจะไม่รู้ ณ ตอนนั้นว่าท่านคือใคร

พระอุปคุต พระอุปคุปต์ หรือ พระบัวเข็ม เป็นพระภิกษุองค์สำคัญองค์หนึ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และเป็นปฐมาจารย์แห่งนิกายสรวาสติวาทชื่อ "อุปคุต" แปลว่า ผู้คุ้มครองรักษา โดยเชื่อในพุทธคุณว่าเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันตราย และมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย

บรรยากาศวัด
บรรยากาศวัด
หอระฆังและกลอง
หอระฆังและกลอง

ระหว่างที่เราเดินชมวัด คนงานที่กำลังทำงานก็ส่งสายตามองมาไม่ขาดสายว่ามันสนใจอะไรนักหนา เพราะเราเดินของเราคนเดียวพี่เรารอที่ศาลาหน้าแม่น้ำโน่น

โบสถ์ที่เราต้องการมา
โบสถ์ที่เราต้องการมา
โบสถ์นี้สวยมาก สีขาวกับแดงตัดกันโดดเด่นสะดุดตา
โบสถ์นี้สวยมาก สีขาวกับแดงตัดกันโดดเด่นสะดุดตา
เป็นวัดที่สวยงามและศิลปะไม่เหมือนใคร
เป็นวัดที่สวยงามและศิลปะไม่เหมือนใคร
ชมกรอบหน้าต่างสวยๆ
ชมกรอบหน้าต่างสวยๆ
กรอบหน้าต่างแบบปูนปั้น
กรอบหน้าต่างแบบปูนปั้น
โบสถ์ด้านหน้า
โบสถ์ด้านหน้า

แล้วก็ได้เวลาแห่งความระทึกใจ! ใช่แล้วค่ะ ที่นี่ก็เช่นกันแม้แต่วัดเขียนโบสถ์ก็ปิด! เราก็ไม่เข้าใจนักและไม่อยากจะเชื่อว่าทุกวัดจะปฏิเสธการมาถึงของเราด้วยการปิดโบสถ์ติดกัน 3 วัดรวดขนาดนี้ ก็ได้แต่เดินคอตกไปไหว้แม่ตะเคียนที่ศาลาหน้าแม่น้ำแล้วขอแม่นั่งพักสักครู่ ให้ลมเย็นๆปลอบจิตปลอบใจ แล้วทันใดนั้นเราก็เริ่มคิด และคิดได้ว่าทุกเว็บที่เราเข้าไปอ่านเนี่ยก็ลงแค่ข้อมูลความเป็นมาของวัดเล็กๆน้อยๆพร้อมรูปถ่ายภายนอก ไม่มีที่ไหนเลยถ่ายพระในโบสถ์ โอ้ย!!! แล้วทำไมเขาไม่บอกแต่แรกไปเลยว่า วัดพวกนี้เขาไม่เปิดให้ไปไหว้พระในโบสถ์ ชมความงามวัดได้แค่ภายนอกเล่า เราก็ล่องเรือมาเสียไกลเพื่อมาพบความบันเทิงจากการเสี่ยงดวง แล้วเพลงพี่เบิร์ดก็ลอยเข้ามาในหัว "ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำ อะไรที่นี่ ที่ที่เธอกับฉันวันนี้เรานัดกัน"

แล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อแต่เราจะไม่กลับไปทางเดิมค่ะ หลังจากสอบถามกับคนแถวนั้น เราสามารถเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อไปที่ท่าเรือพระราม 5 ได้ ก่อนไปชมดอกลั่นทมสวยๆที่ปลูกเรียงรายหน้าวัดก่อน

พอออกมาจากเขตวัดผ่านทางศาลา เราก็มาเจอกับทางเดินเล็กๆในชุมชนที่มีบ้านขนาบสองฝั่ง
พอออกมาจากเขตวัดผ่านทางศาลา เราก็มาเจอกับทางเดินเล็กๆในชุมชนที่มีบ้านขนาบสองฝั่ง
เลี้ยวไปเลี้ยวมาในเส้นทางอันคดเคี้ยวก็เจอหน้าบ้านที่ตกแต่งสวยๆ
เลี้ยวไปเลี้ยวมาในเส้นทางอันคดเคี้ยวก็เจอหน้าบ้านที่ตกแต่งสวยๆ
ของหลังนี้ก็สวยมาก สุดยอดเลยเป็นขวัญตาของคนสัญจรจริงๆ
ของหลังนี้ก็สวยมาก สุดยอดเลยเป็นขวัญตาของคนสัญจรจริงๆ
แม้ว่าซอยจะแคบก็ตาม พอเดินมาเจอหน้าบ้านสวยๆเหมือนเจอสถานที่ลึกลับยังไงไม่รู้
แม้ว่าซอยจะแคบก็ตาม พอเดินมาเจอหน้าบ้านสวยๆเหมือนเจอสถานที่ลึกลับยังไงไม่รู้
พอออกจากทางเมื่อี้มาเดินทางกว้างๆได้แป๊บเดียวเท่านั้น เราก็ต้องเข้าซอยนี้ต่อ ลึกลับซับซ้อนจริงๆ
พอออกจากทางเมื่อี้มาเดินทางกว้างๆได้แป๊บเดียวเท่านั้น เราก็ต้องเข้าซอยนี้ต่อ ลึกลับซับซ้อนจริงๆ

ซอยนี้แคบกว่าซอยเมื่อกี้อีกค่ะ แล้วก็มีมอเตอร์ไซค์สวนทางด้วยเหมือนซอยก่อนหน้าแต่ประเด็นคือเราต้องทำตัวให้ลีบที่สุดชิดริมกำแพงอย่างกับจิ้งจกและที่น่ากลัวคือ มันเปลี่ยวขั้นสุดเลย แล้วก็แทบช็อก พี่มอเตอร์ไซค์อีกคันที่ต้องหลบใหญ่อย่างกับบิ๊กไบค์! คุณพระ กลั้นใจแล้วบีบตัวสุดๆแนบเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงไปเลย แล้วเราก็ก้มหัวให้กัน...

แต่เราก็ยังชมความงามดอกโมกริมกำแพงได้อยู่
แต่เราก็ยังชมความงามดอกโมกริมกำแพงได้อยู่


ท่าเรือพระราม 5
ท่าเรือพระราม 5

หลังจากออกจากซอยเราก็ลัดเลาะไปอีกซอย และเดินกลางแดดจ้ามาอีกกว่าจะมาเจอท่าเรือ และเกือบโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวเอาตรงอีกทางกว้างๆนี่ล่ะ เรานี่โมโหตาขวางเลย"ทางออกกว้างผู้ชายเมืองนนท์เขาขี่มาเบียดเราอย่างนี้หรอ?" คือเราเดินบนทางเท้าอันกว้างขวางชิดขอบซ้าย เหลือทางด้านขวากว้างมาก...แต่เขาขี่มาเบียดเราทางซ้ายฉิวไปเลย ที่ถ้าเราขยับแขนซ้ายนิดเดียวเฉี่ยวกันล้มเลยเนี่ยนะ หรือถ้าคุณชายจะเอาทางนี้จริงๆ "แตรเสียหรือไงห๊ะ"

ว่าแล้วก็เดินไปที่ท่าเรือนั่งรอเรือมาจากท่าสุดท้าย ซึ่งคือลำเดิมกับที่เรามาเลย แล้วมุ่งหน้าไปเดินเที่ยวที่"ท่าวังหลัง"กันค่ะ หาของกินยาไส้กันต่อไปหิวสุดๆ ระหว่างทางเจอร้านก๋วยเตี๊ยวก็ได้แต่มองตาละห้อย เพราะพี่เราเดินไปไหนแล้วไม่รู้ ขากลับเราก็ไม่สนวิวแล้วล่ะ ง่วงเหนื่อย นอนค่ะมีความสุขมากเหมือนนอนเปลกล่อมให้หลับสบาย แล้วการเดินทางของเราก็จบลงหลังจากได้ของกิน ของฝากมุ่งหน้าลงเรือมาที่ท่าเรือสะพานตากสิน เดินแบกของกินของฝาก ของฝากซื้อสารพัดอย่างที่พี่เราซื้อมากลับไปที่รถซึ่งจอดอยู่ที่บิ๊กซีอ่อนนุชโน่นอีก แล้วยังเดินบิ๊กซีต่อได้ด้วยนะ พอของที่แบกน้อยก็มีแรงต่อ

การเดินทางครั้งนี้ไม่มีอะไรเป็นอย่างใจเลยค่ะ แต่เราว่าเราสนุกดีมันลุ้นดี เราชอบเดินเที่ยวอยู่แล้วด้วย เดินไปเรื่อยๆก็ได้อารมณ์สุนทรีย์ดี ติดที่ร้อนเกิน

ขอลากันไปด้วยภาพยามเย็นที่พระอาทิตย์ทอแสงค่ะ










ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ประสบการณ์เที่ยวโดยเรือด่วนเจ้าพระยาแบบ"อ้าว อ้าว" ตอนที่ 2