บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ประสบการณ์เที่ยวโดยเรือด่วนเจ้าพระยาแบบ"อ้าว อ้าว" ตอนที่ 1

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 - 17:16 น.
AA 8

สวัสดีค่ะทุกคนวันนี้เราก็มีเรื่องการเดินทางแบบ"อ้าว อ้าว"มาเล่าให้ฟัง อ้าวแรกคือ อากาศอบอ้าวค่ะ ส่วนอ้าวที่สองคือคำอุทานค่ะเพราะอะไรติดตามอ่านได้เลยค่ะ 

ในการเดินทางรอบนี้เราไปกับพี่สาวเช่นครั้งก่อนเอารถไปจอดบิ๊กซีอ่อนนุชแล้วนั่งบีทีเอสไปลงสะพานตากสินราคา 44 บาท จากนั้นก็เดินลงมาที่ท่าเรือสะพานตากสิน บอกคนขายตั๋วว่าไปนนทบุรี ค่าโดยสารคือ 15 บาทค่ะ ซึ่งที่หมายของเราคือที่ท่าวัดเขียน ก็ถือว่าไปเกือบสุดสายเหมือนกันอีก 2 ป้ายก็สุดสายละ ระหว่างทางเราก็มาชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำกันไปก่อนละกันค่ะ

ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาแรกในประเทศไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาแรกในประเทศไทย
ผ่านไปรษณียาคาร เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับไปรษณีย์ไทยและพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 ด้านการไปรษณีย์ไทย
ผ่านไปรษณียาคาร เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับไปรษณีย์ไทยและพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 ด้านการไปรษณีย์ไทย
ได้เห็นความงามของวัดพระแก้วจากทางด้านที่ติดแม่น้ำ
ได้เห็นความงามของวัดพระแก้วจากทางด้านที่ติดแม่น้ำ
และได้เจอเรือเยอะแยะท่ามกลางอากาศมัวซัว
และได้เจอเรือเยอะแยะท่ามกลางอากาศมัวซัว
ผ่านสวนสันติชัยปราการ
ผ่านสวนสันติชัยปราการ
อาคารสวยๆที่ไม่รู้ว่าคือที่ไหน
อาคารสวยๆที่ไม่รู้ว่าคือที่ไหน
แล้วก็เจอบ้านที่น่ารักมากหลังนี้ ที่แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็รัวถ่ายภาพกันใหญ่
แล้วก็เจอบ้านที่น่ารักมากหลังนี้ ที่แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็รัวถ่ายภาพกันใหญ่
ผ่านสะพานพระราม 8
ผ่านสะพานพระราม 8

ขอบอกว่าแม้ว่าเราจะมีความสุขกับการนั่งเรือชมวิว แต่พอนั่งนานๆอากาศมัวซัวและแดดก็ร้อน อบอ้าว แถมน้ำก็แรงช่วงกรุงเทพก็ทำให้เราเริ่มอยากขึ้นฝั่งเหยียบแผ่นดินมาก และพี่เราก็เริ่มเวียนหัวเพราะเรือจอดทุกท่าไม่เหมือนช่วงที่เราเที่ยวใกล้ๆเราได้ขึ้นเรือลำที่จะจอดท่าใหญ่ๆที่คนขึ้นลงเยอะ มารอบนี้เรือจอดทุกท่า นอกจากนั้นท่าเรือมันก็มีอยู่ซ้ายบ้างขวาบ้าง ก็ต้องตีไปฝั่งนั้นที ฝั่งนี้ที แม้แต่กลับลำกลางแม่น้ำเท่ๆก็ยังมี กว่าเราจะไปถึงที่หมายก็ราวหนึ่งชั่วโมงค่ะ

แล้วเราก็เข้าสู่เขตจังหวัดนนบุรีกันสักที ตึกสูงมีน้อยดี
แล้วเราก็เข้าสู่เขตจังหวัดนนบุรีกันสักที ตึกสูงมีน้อยดี

แล้วเราก็เริ่มเตรียมตัวลุกออกจากที่นั่งไปท้ายเรือแล้วก็ถามเขาว่าข้างหน้านี่ใช่ "ท่าวัดเขียนไหม?" แล้วก็ได้คำตอบว่า"ไม่จอดท่าวัดเขียนครับ ตลิ่งพังจอดไม่ได้ ลงวัดตึกหรือสะพานพระราม 7 แทนนะแล้วนั่งวินเข้าไป" เรากับพี่มองหน้ากันเอาไงดีวะ แล้วเราเห็นน้องนักศึกษาเขาลงวัดนี้เราก็เลยลงกัน พอเราลงมาเหยียบผืนดินจังหวัดนนทบุรีได้ ก็จัดการนั่งพักที่ซุ้มเกวียนอันร่มรื่นแล้ววางแผนชีวิตกันต่อว่าเอาไงดี? เพราะที่เรารู้คือพญานาคที่ริมแม่น้ำเกือบไหลลงแม่น้ำแต่ไม่ตกลงไปและมีข่าวออก แต่ที่เราไม่รู้เรื่องคือเขาปิดท่าเรือนี้ไปด้วย ดังนั้นเราจึงไม่รู้เรื่องเลยว่า "วัดตึก" ที่เรามาเยือนนั้นมีอะไรน่าสนใจ แต่ในเมื่อเรามาแล้วก็เลยพากันเดินชมความงามวัดสักหน่อย

โบสถ์วัดตึก "ปิด"
โบสถ์วัดตึก "ปิด"

เราเดินผ่านศาลาท่าน้ำที่มีพระพุทธรูปพร้อมไม้ทำบุญกฐินก็เลยร่วมทำบุญไป ไหนๆก็พรหมลิขิตบันดาลให้ได้มาลงที่ท่าวัดตึกแล้ว จากนั้นก็เดินหาห้องน้ำเข้ากันก่อนเพราะสภาพหลังจากนั่งเรือมาเป็นชั่วโมงของแต่ละคนยับเยิบพอสมควรก็เลยได้เจอคุณน้าผู้ชายใจดีที่มีจิตอาสาขับรถมาล้างห้องน้ำ และกวาดบริเวณวัดก็เลยได้เข้าห้องน้ำสะอาดเอี่ยมและถามการเดินทางไปวัดเขียนกับเขา ปรากฏว่าคุณน้าเองก็ไม่เคยไปเหมือนกันแต่ให้เราเดินออกไปปากทางแล้วจะเจอวินที่ขับผ่านให้เรียกได้เลยเพราะช่วงเย็นเท่านั้นที่จะมีวินมาตั้งให้บริการในบริเวณวัด แล้วเราก็เดินกลับมาที่แถวศาลาเพื่อไหว้พระกันก่อนไป แต่เห็นว่าประตูแง้มไว้นิดเดียวก็เลยไม่กล้าเข้าไปไหว้พระอุปคุตที่ติดป้ายไว้ และไม่เห็นใครข้างในด้วยก็เลยเดินผ่านไป แล้วตรงมาที่โบสถ์แทนซึ่ง..."ประตูปิด" ทั้งไหล่และเหงื่อ ตกโดยพร้อมเพรียงกัน 

แต่ไม่เป็นไรเราจะไปไหว้ที่วัดเขียนกันทีเดียวก็ได้ ระหว่างที่เดินทางไปตามแผนที่ในมือถือที่พี่เราตั้งให้นำทาง ระหว่างทางเราก็เดินผ่านไปเจอป้าย"วัดค้างคาว"  ทันใดนั้นเราก็เลยบอกพี่ว่าเราจะไปวัดนี้ก่อน ก็เดินย้อนกันกลับมา เลี้ยวเข้าตามที่ป้ายติดหน้าซอย เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆจนเห็นโบถส์ที่ริมแม่น้ำ

 

โบสถ์วัดศาลารี "ปิด"
โบสถ์วัดศาลารี "ปิด"
ได้แต่ชมความงามจากด้านนอกอีกวัด
ได้แต่ชมความงามจากด้านนอกอีกวัด
พระพุทธรูปที่หน้าโบสถ์
พระพุทธรูปที่หน้าโบสถ์
พระพุทธรูปที่วัดนี้ไม่เหมือนที่ไหน โดยเฉพาะนิ้วมือ ที่นิ้วเท่ากันทุกนิ้ว ต่างแค่นิ้วโป้งเล็บใหญ่กว่า
พระพุทธรูปที่วัดนี้ไม่เหมือนที่ไหน โดยเฉพาะนิ้วมือ ที่นิ้วเท่ากันทุกนิ้ว ต่างแค่นิ้วโป้งเล็บใหญ่กว่า

วัดค้างคาวคือวัดหนึ่งที่เราตั้งใจจะมาจากที่เดิมตั้งใจว่าลงท่าวัดเขียนแล้วเดินมาต่อที่วัดค้างคาว แต่พอเราเดินชมรอบๆรู้สึกเหมือนไม่ใช่ยังไงชอบกล วัดนี้ก็คุ้นว่าเห็นในเน็ตแต่ไม่คุ้นว่าคือวัดค้างคาว ก็เลยจัดการเปิดแผนที่มือถือตัวเองดูว่าตกลงเราอยู่กันที่ไหน เท่านั้นแหละ "คุณพระ ที่นี่มันวัดศาลารี" ให้ตายเถอะนี่มันอะไรกันเดินเข้ามาตามป้ายบอกวัดค้างคาว หรือเขาติดไว้เฉยๆแต่ดันติดหน้าซอยพอดี แถมที่นี่โบสถ์ก็ยังปิดอีกต่างหาก อะไรกันเนี่ยจะปิดสองวัดที่เข้าเลยหรอ! แล้วที่เดินตากแดดย้อนมานี่คืออะไร เอาใหม่เราบอกพี่ให้ตั้งหมุดหมายใหม่ไปวัดค้างคาวกัน จากที่ตอนแรกตั้งว่าวัดเขียน

ติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ ลุ้นว่าเราจะไปถึงไหมวัดค้างคาวเนี่ย แล้วโบสถ์จะปิดอีกไหม??







ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ประสบการณ์เที่ยวโดยเรือด่วนเจ้าพระยาแบบ"อ้าว อ้าว" ตอนที่ 1