บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

นั่งเรือนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์และเดินเที่ยวป้อมผีเสื้อสมุทร (ตอนที่ 2)

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 18:12 น.
AA 4

มาต่อกันที่การเดินทางไปป้อมผีเสื้อสมุทรค่ะ ประวัตินั้นก็กล่าวไปแล้วในตอนแรกก็จะขอตะลุยเลยนะคะ

ทางเข้าไปสะพานค่ะ
ทางเข้าไปสะพานค่ะ

เราเดินจับพลัดจับผลูมาเจออาคารนี้พอดีค่ะ ออกจากวัดมาทางเข้านี้จะอยู่ซ้ายมือเราช่วงหัวโค้งพอดีมองไปข้างในรกร้างว่างเปล่ามาก ห้องที่น่าจะเคยแบ่งไว้ให้เช่าขายของรกร้างว่างเปล่าสภาพไม่น่าเข้าไปเลยค่ะ แต่เรามองทะลุไปเจอแม่น้ำเลยว่าจะไปนั่งรับลมพักร้อนแป๊บนึง ที่ไหนได้มันคือทางไปป้อม

เห็นทางเข็นรถเข็นแล้วเสียวแทนค่ะ
เห็นทางเข็นรถเข็นแล้วเสียวแทนค่ะ

เห็นทางแล้วเราไม่แน่ใจว่าไว้เข็นเอาของขึ้นสะดวกเฉยๆหรือสำหรับคนพิการ เราไม่ขอเข็นขึ้นและไม่ขอเป็นคนนั่งด้วยเพราะน่าจะแย่ทั้งคู่ ยิ่งขาลงระทึกน่าดู

สะพานข้ามมีห้อยรูปผีเสื้อด้วยค่ะ
สะพานข้ามมีห้อยรูปผีเสื้อด้วยค่ะ
ทางเดินไปป้อมผีเสื้อสมุทร
ทางเดินไปป้อมผีเสื้อสมุทร

เส้นทางเดินก็ไกลพอสมควร แต่ว่ามีศาลาพักระหว่างทางค่ะ และมีไฟส่องทางด้วย เพราะที่นี่ปิดตั้งสองทุ่ม สามารถมานั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำและชมค้างคาวแม่ไก่ได้ด้วย

เดินมาถึงสักที บอกเลยว่าเหนื่อยและร้อนมาก เดินในร่มไม้ริมแม่น้ำก็ไม่ได้เย็นสบายเสมอไป
เดินมาถึงสักที บอกเลยว่าเหนื่อยและร้อนมาก เดินในร่มไม้ริมแม่น้ำก็ไม่ได้เย็นสบายเสมอไป

โต๊ะไม้ที่เห็นอยู่นั่นมีเจ้าหน้าที่นั่งเฝ้าค่ะ เราต้องไปลงชื่อในสมุดก่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วก็จะมีแผนที่แสดงว่าที่นี่มีสิ่งก่อสร้างอะไรตรงไหนบ้าง กับตู้กาแฟให้เรากดค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยๆอาคารนี้จะอยู่ซ้ายมือ
เดินตรงมาเรื่อยๆอาคารนี้จะอยู่ซ้ายมือ

และสถานที่แรกที่เราเยือนคือพิพิธภัณฑ์ค่ะ ด้านข้างมีห้องน้ำอยู่ระหว่างที่พี่เราเข้าห้องน้ำและเรายืนรอก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนี้ก็เลยลองเปิดเข้าไปดู โอ้โหสวรรค์ที่ตามหาเลยห้องแอร์พร้อมเก้าอี้ เราก็เลยจัดการไปนั่งรับชมวีดิโอและพิพิธภัณ์ค่ะ ยิ่งฟังยิ่งหึกเหิมมากเสียงผู้บรรยายเข้าถึงจิตใจจริงๆ

โมเดลจำลองสถานที่
โมเดลจำลองสถานที่
 อิฐอัดแรงที่ส่งมาจากอังกฤษ
อิฐอัดแรงที่ส่งมาจากอังกฤษ

อิฐอัดแรงที่นำมาสร้างเป็นกำแพงป้อมปืน ทุกก้อนมีประทับด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ ซึ่งแสดงว่าเป็นอิฐสั่งนอก ไม่ได้ทำในประเทศไทย ซึ่งสมัยนั้นยังใช้วิธีปั้นดินแล้วเผาเป็นอิฐ แต่อิฐแบบนี้ใช้วิธีบีบอัดด้วยเครื่องจักรให้เป็นก้อน เพื่อให้แน่นและแข็งแกร่งมากกว่า

อาคารเก็บวัตถุระเบิดและดอกไม้เพลิง
อาคารเก็บวัตถุระเบิดและดอกไม้เพลิง

พอทำใจได้ว่าต้องเดินทางต่อ รับเอาอากาศเย็นสดชื่นไว้กับตัวบางส่วนแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อค่ะ ที่หมายต่อมาคืออาคารข้างๆกันค่ะ อาคารสวยสะดุดตาเรามาก ไม่แปลกที่จะมีคู่รักมาถ่ายภาพและใช้ถ่ายทำละครเลย แต่เราไปตอนแดดจัดและร้อนมาก ถ่ายออกมาหน้าก็คงมันเยิ้ม หัวกระเซิง ดวงตาอิดโรยหน้าดูจะเป็นสภาพผีเฝ้าป้อมซะมากกว่า

โขนเรือเจ้าแม่ปาราวตี
โขนเรือเจ้าแม่ปาราวตี

ซึ่งภายในตอนนี้ไม่ได้เก็บอะไรไว้แล้วนอกจากโขนเรือเก่าสมัย 300 กว่าปีก่อน ชื่อโขนเรือ เจ้าแม่ปาราวตี เพราะเป็นเรือสินค้าจากอินเดียที่มาอัปปางลงค่ะ ด้านในจะมีป้ายบอกเรื่องราวความเป็นมาไว้ นอกจากนั้นยังมีรอยแป้งถูอีกด้วยค่ะ

เห็นห้องแบบนี้แล้วเราก็หวาดๆนิดนึง แต่เราก็เข้าไปทุกห้องที่เปิดเลยทีเดียว ส่วนกระเบื้องที่เป็นรูๆทั่วแผ่นนั่นทีแรกเรานึกว่าไว้เป็นช่องอากาศให้หายใจเวลาอยู่ข้างใน ที่ไหนได้มันคือแผ่นกรองเสียงข้างประตูป้อม พอเราพูดใส่เสียงจะดังไปในห้องข้างในชัดเจน เป็นช่องที่ติดต่อของคนนอกป้อมกับคนในป้อมนั่นเอง

 ปืนใหญ่
ปืนใหญ่

คนส่วนมากจะเดินชมกันจากด้านบนค่ะมีร่มเงาไม้ (ความจริงคือทุกคนยกเว้นเราที่ลากพี่มาเดินด้วย) แต่เราเดินด้านล่าง ลัดเลาะเดินริมวงโค้งป้อมเพื่อหลบแดด และรับชมห้องต่างๆไปเรื่อยๆ

ตึกเก็บกระสุนปืน
ตึกเก็บกระสุนปืน

ตึกชั้นเดียว 2 หลังที่มีกำแพงทึบหลังพุ่มไม้เขียวหัวกลม และมีท่อเหมือนลำโพงโผล่หลังคาขึ้นเป็นแถว คือตึกเก็บกระสุนปืน ส่วนปล่องเหล่านั้นก็คือปล่องระบายอากาศ ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนของห้องเก็บดินระเบิดในยุคนั้น ตอนแรกเราก็นึกว่าลำโพงจริงๆนะ

ดูแดดสิคะคุณ
ดูแดดสิคะคุณ
 ตรงกลางทางระหว่างตึกเก็บกระสุนปืนทั้งสอง
ตรงกลางทางระหว่างตึกเก็บกระสุนปืนทั้งสอง

แอ่งน้ำเหล่านี้มีปลาเต็มไปหมดเลยค่ะ ที่เศร้าคือมีปลาตัวไม่ถึงฝ่ามือล่อลูกปลาน้อยเป็นฝูงไว้ในแอ่งแล้วเขมือบน้องหมดฝูงเลย แล้วเราก็ดันตากแดดร้อนทรมานดูมันเขมิบจนหมดด้วยหวังว่าเดี๋ยวมันคงคายอกมา...

และแล้วเมื่อปลานั่นไม่คาย และเราก็ร้อนจนแทบละลายก็มุดช่องด้านหน้าออกไปสู่ทางออกค่ะ แล้วก็ซื้อน้ำเปล่าเย็นๆจากพี่ทหารเรือมาดับร้อน ซึ่งเป็นดั่งน้ำทิพย์น้ำสวรรค์ให้มีแรงเดินตามทางออกไปจนถึงฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ขึ้นเรือกลับสู่ปากน้ำไปเดินร้อนฝ่าตลาดและฝูงชนนั่งรถกลับบ้านโดยมีของกินที่หาได้ระหว่างทางเคี้ยวเป็นเรี่ยวแรงและพลังงานไปด้วย


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

นั่งเรือนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์และเดินเที่ยวป้อมผีเสื้อสมุทร (ตอนที่ 2)